GCAP เตรียนมไถ่ถอนหุ้นกู้ล็อตสุดท้าย
อัพเดทล่าสุด: 5 มี.ค. 2025
22 ผู้เข้าชม
GCAP เปิดแผนธุรกิจปี 2568 ตั้งเป้าหมายดันยอดสินเชื่อใหม่เติบโต 20% มั่นใจการเปิดตัวรถเกี่ยวนวดข้าวรุ่นเรือธงฉลองครบรอบ 50 ปีจากคู่ค้า ราคาสุดคุ้ม สเปคโดนใจตลาด กระตุ้นยอดจองรถโตต่อเนื่อง เชื่อปีนี้สภาพเศรษฐกิจและภูมิอากาศเป็นปัจจัยบวก หนุนความต้องการสินเชื่อเครื่องจักรกลการเกษตร สนับสนุนแผนการเติบโต พร้อมเตรียมไถ่ถอนหุ้นกู้ล็อตสุดท้ายเดือนมีนาคมนี้ เตรียมความพร้อมให้บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ
นายอนุวัตร โกศล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP เปิดเผยว่า แผนธุรกิจของบริษัทในปี 2568 ยังมุ่งเน้นสร้างการเติบโตในสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งเป็นรายได้หลัก เชื่อว่าปี 2568 ภาคเกษตรยังมีทิศทางการเติบโตที่ดี ด้วยปริมาณฝนที่มีมากขึ้น จากอิทธิพลของสภาวะลานีญา ส่งผลดีต่อปริมาณผลผลิตทางการเกษตรในภาพรวม ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงความต้องการสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่คาดวาจะเพิ่มสูงขึ้น สนับสนุนแผนการเติบโตของบริษัทในปี 2568 โดยบริษัทตั้งเป้าหมายยอดปล่อยสินเชื่อใหม่เติบโต 20% จากปีก่อน
ทั้งนี้ ในช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา คู่ค้าหลักของทางบริษัทได้มีการเปิดตัวนวัตกรรมรถเกี่ยวนวดข้าวรุ่นเรือธง ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูง คุ้มค่าการลงทุน จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี หลังการเปิดตัวสินค้าเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้มียอดจองรถเกี่ยวนวดข้าวและสมัครใช้สินเชื่อของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีต่อการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อของบริษัทในปีนี้
นอกจากนี้ คู่ค้าหลักยังมีการพัฒนานวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรที่ตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมมาเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า โดยเครื่องจักรรุ่นใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อลดการเผาฟางข้าว ข้าวโพด ซึ่งหากเกษตรกรเปลี่ยนมาใช้นวัตกรรมใหม่นี้ จะช่วยลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมากในระยะยาว โดยบริษัทพร้อมออกแคมเปญสินเชื่อเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อมให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อช่วยเรื่องความยั่งยืนให้กับสังคมและเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์อีกด้วย
ส่วนธุรกิจ Non Lending Business บริษัทยังคงเดินหน้าผนึกพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุน เพื่อขยายศักยภาพธุรกิจ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม คาดว่าจะเห็นความคืบหน้าภายในไตรมาส 2/68 และหากมีรายละเอียดที่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมการไถ่ถอนหุ้นกู้งวดสุดท้ายในเดือนมีนาคม 2568 โดยที่ผ่านมา บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและวินัยด้านการเงิน แม้จะได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และสภาพเศรษฐกิจ แต่บริษัทก็มีการชำระคืนหุ้นกู้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 1,257 ล้านบาท ครบถ้วนตามเงื่อนไข โดยการไถ่ถอนหุ้นกู้ล็อตสุดท้ายในครั้งนี้ จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และเตรียมความพร้อมให้บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ
ด้านผลประกอบการของบริษัทในงวดปี 2567 บริษัทขาดทุนสุทธิจำนวน 12.77 ล้านบาท โดยเป็นผลจากการตัดหนี้สูญกลุ่มลูกหนี้ด้อยคุณภาพที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จำนวน 18.68 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลและต้นทุนทางการเงิน จำนวน 37.57 ล้านบาท ในปี 2567 บริษัทมีรายได้จำนวน 161.35 ล้านบาท ขณะที่มีต้นทุนทางการเงินจำนวน 52.05 ล้านบาท ลดลง 11.39 ล้านบาท หรือ 21.88% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการชำระคืนหุ้นกู้ และมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร (ก่อนรายการพิเศษ) จำนวน 95.26 ล้านบาท ลดลง 3.28 ล้านบาท หรือ 3.33% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทมีค่าใช้จ่ายรายการพิเศษจากการเสนอขายหุ้นกู้และเตรียมการเพิ่มทุน จำนวน 4.34 ล้านบาท
*********************
นายอนุวัตร โกศล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP เปิดเผยว่า แผนธุรกิจของบริษัทในปี 2568 ยังมุ่งเน้นสร้างการเติบโตในสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งเป็นรายได้หลัก เชื่อว่าปี 2568 ภาคเกษตรยังมีทิศทางการเติบโตที่ดี ด้วยปริมาณฝนที่มีมากขึ้น จากอิทธิพลของสภาวะลานีญา ส่งผลดีต่อปริมาณผลผลิตทางการเกษตรในภาพรวม ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงความต้องการสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่คาดวาจะเพิ่มสูงขึ้น สนับสนุนแผนการเติบโตของบริษัทในปี 2568 โดยบริษัทตั้งเป้าหมายยอดปล่อยสินเชื่อใหม่เติบโต 20% จากปีก่อน
ทั้งนี้ ในช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา คู่ค้าหลักของทางบริษัทได้มีการเปิดตัวนวัตกรรมรถเกี่ยวนวดข้าวรุ่นเรือธง ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูง คุ้มค่าการลงทุน จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี หลังการเปิดตัวสินค้าเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้มียอดจองรถเกี่ยวนวดข้าวและสมัครใช้สินเชื่อของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีต่อการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อของบริษัทในปีนี้
นอกจากนี้ คู่ค้าหลักยังมีการพัฒนานวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรที่ตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมมาเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า โดยเครื่องจักรรุ่นใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อลดการเผาฟางข้าว ข้าวโพด ซึ่งหากเกษตรกรเปลี่ยนมาใช้นวัตกรรมใหม่นี้ จะช่วยลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมากในระยะยาว โดยบริษัทพร้อมออกแคมเปญสินเชื่อเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อมให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อช่วยเรื่องความยั่งยืนให้กับสังคมและเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์อีกด้วย
ส่วนธุรกิจ Non Lending Business บริษัทยังคงเดินหน้าผนึกพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุน เพื่อขยายศักยภาพธุรกิจ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม คาดว่าจะเห็นความคืบหน้าภายในไตรมาส 2/68 และหากมีรายละเอียดที่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมการไถ่ถอนหุ้นกู้งวดสุดท้ายในเดือนมีนาคม 2568 โดยที่ผ่านมา บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและวินัยด้านการเงิน แม้จะได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และสภาพเศรษฐกิจ แต่บริษัทก็มีการชำระคืนหุ้นกู้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 1,257 ล้านบาท ครบถ้วนตามเงื่อนไข โดยการไถ่ถอนหุ้นกู้ล็อตสุดท้ายในครั้งนี้ จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และเตรียมความพร้อมให้บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ
ด้านผลประกอบการของบริษัทในงวดปี 2567 บริษัทขาดทุนสุทธิจำนวน 12.77 ล้านบาท โดยเป็นผลจากการตัดหนี้สูญกลุ่มลูกหนี้ด้อยคุณภาพที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จำนวน 18.68 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลและต้นทุนทางการเงิน จำนวน 37.57 ล้านบาท ในปี 2567 บริษัทมีรายได้จำนวน 161.35 ล้านบาท ขณะที่มีต้นทุนทางการเงินจำนวน 52.05 ล้านบาท ลดลง 11.39 ล้านบาท หรือ 21.88% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการชำระคืนหุ้นกู้ และมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร (ก่อนรายการพิเศษ) จำนวน 95.26 ล้านบาท ลดลง 3.28 ล้านบาท หรือ 3.33% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทมีค่าใช้จ่ายรายการพิเศษจากการเสนอขายหุ้นกู้และเตรียมการเพิ่มทุน จำนวน 4.34 ล้านบาท
*********************
บทความที่เกี่ยวข้อง
SVR ตอกย้ำความมั่นใจให้กับลูกบ้านทุกโครงการ ทั้งโครงการเดิมที่ขายหมดไปแล้ว โครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย รวมทั้่งโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ยืนยันปลอดภัย 100% ไร้ผลกระทบจากแผ่นดินไหว หลังนำทีมวิศวกร ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียด
4 เม.ย. 2025
KUN เผยแผนธุรกิจปี 2568 เดินหน้าขยายการเติบโตอย่างมั่นคงผ่านกลยุทธ์หลัก ทั้งการขยายฐานลูกค้าคุณภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กำลังซื้อ รวมทั้งโฟกัสโครงการในทำเลศักยภาพที่มีอัตรากำไรดี ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 15% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 32%
4 เม.ย. 2025
RT เร่งตรวจสอบโครงการก่อสร้างโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ยืนยันโครงสร้างแข็งแรง ปลอดภัย พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำดำเนินงานก่อสร้างตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด สอดคล้องกับหลักวิศวกรรม
4 เม.ย. 2025