GUNKUL โชว์กำไร แตะ 1.66 พันล.
อัพเดทล่าสุด: 5 มี.ค. 2025
22 ผู้เข้าชม
GUNKUL ประกาศผลการดำเนินงานงวดปี 2567 มีกำไรสุทธิรวม 1,661.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.62% รับอานิสงส์จากธุรกิจงานขายอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า รวมทั้งรับรู้รายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและวางระบบทางด้านวิศวกรรมที่เพิ่มขึ้น ขณะที่โครงการพลังงานทดแทนยังสดใส พร้อมพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีศักยภาพ มั่นใจอนาคตธุรกิจสดใสตามแผน PDP ที่ยังมีการประมูลโครงการเพิ่ม หนุนผลการดำเนินงานเติบโตตามเป้าไม่ต่ำกว่า 15%
นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดปี 2567 ของบริษัทและบริษัทย่อย มีกำไรการดำเนินงานตามปกติของกิจการจำนวน 1,661.08 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนเท่ากับ 1,474.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186.19 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.62% ส่วนรายได้รวมเท่ากับ 9,731.24 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 7,697.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,033.67 ล้านบาท คิดเป็น 26.42%
ทั้งนี้ สาเหตุอันเนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 4/67 เทียบกับไตรมาส 4/66 เติบโตค่อนข้างมากเกือบ 4 เท่า หรือเติบโตสูงถึง 395% จากการดำเนินธุรกิจหลักที่ดีขึ้น ทั้งในส่วนของธุรกิจการขายอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์อื่นๆ อีกทั้งมีรายได้จากกลุ่มงานก่อสร้างและการให้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญ
"ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้เตรียมความพร้อมสำหรับรับโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะพลังงานทดแทนทั้งโครงการโซลาร์ฟาร์มและโครงการพลังงานลม ซึ่งช่วงปลายปี 2567 บริษัทได้ผ่านคุณสมบัติและได้รับการคัดเลือกเพิ่มขึ้นอีกกว่า 319 เมกะวัตต์ ทั้งโครงการพลังงานลมและโครงการโซลาร์ฟาร์ม ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะได้เมกะวัตต์ส่วนนี้เข้ามาเพิ่มเติมในพอร์ต ถือเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทที่จะสามารถขยายธุรกิจไปในส่วนของพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศ"
ส่วนงานก่อสร้าง บริษัทยังมีโอกาสที่จะได้รับงานเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของงานสายส่งและสถานีในส่วนของโรงไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นใหม่ตามแผน PDP ใหม่ อีกทั้งภาคเอกชนมีการสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ เพื่อใช้ในกิจการของตัวเอง ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่จะมีรายได้ในส่วนของพลังงานทดแทนทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามา ขณะที่ Trading และ Manufacturing บริษัทได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ใหม่ เพื่อรองรับโรงไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในระบบ 115 Kv รวมถึงเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ใหม่ที่บริษัทยังไม่เคยทำเพื่อรองรับการเติบโตในระบบส่งและระบบจำหน่ายต่อไปในอนาคต
สำหรับทิศทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทในปี 2568 เชื่อว่ายังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปี 2567 เนื่องจากภาพรวมตลาดยังมีศักยภาพทั้งงานจากโครงการพลังงานทดแทนรอบใหม่ และงานของภาครัฐที่มีงบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมตามความต้องการใช้ไฟฟ้า ซึ่งบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% โดยหลักๆ มาจากการรับรู้รายได้ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและวางระบบทางด้านวิศวกรรม (EPC) และเทรดดิ้งอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า
ขณะที่เป้าหมายการเติบโตในช่วง 3-5 ปีข้างหน้าตั้งเป้าโตไม่ต่ำกว่า 15% จากการพัฒนาโครงการพลังงานทั้งโครงการลม และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 832 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศที่จะเพิ่มเติมในอนาคต อีกทั้งบริษัทยังมีส่วนของในงานมือ (Backlog) งานขายอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า และงานบริการก่อสร้างที่มีอยู่ประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยคาดว่า ในปี 2568 จะมีโครงการรับเหมาก่อสร้างใหม่ๆ ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลทำให้งานในมือเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะมีการใช้เงินลงทุนในส่วนทุนไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาทในอีก 5 ปี โดยปัจจุบันอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนยังอยู่ในระดับต่ำ พร้อมรองรับการเติบโตในทุกด้าน เพื่อสร้างรายได้และผลกำไรให้บริษัทอย่างต่อเนื่อง
*********************
นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดปี 2567 ของบริษัทและบริษัทย่อย มีกำไรการดำเนินงานตามปกติของกิจการจำนวน 1,661.08 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนเท่ากับ 1,474.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186.19 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.62% ส่วนรายได้รวมเท่ากับ 9,731.24 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 7,697.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,033.67 ล้านบาท คิดเป็น 26.42%
ทั้งนี้ สาเหตุอันเนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 4/67 เทียบกับไตรมาส 4/66 เติบโตค่อนข้างมากเกือบ 4 เท่า หรือเติบโตสูงถึง 395% จากการดำเนินธุรกิจหลักที่ดีขึ้น ทั้งในส่วนของธุรกิจการขายอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์อื่นๆ อีกทั้งมีรายได้จากกลุ่มงานก่อสร้างและการให้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญ
"ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้เตรียมความพร้อมสำหรับรับโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะพลังงานทดแทนทั้งโครงการโซลาร์ฟาร์มและโครงการพลังงานลม ซึ่งช่วงปลายปี 2567 บริษัทได้ผ่านคุณสมบัติและได้รับการคัดเลือกเพิ่มขึ้นอีกกว่า 319 เมกะวัตต์ ทั้งโครงการพลังงานลมและโครงการโซลาร์ฟาร์ม ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะได้เมกะวัตต์ส่วนนี้เข้ามาเพิ่มเติมในพอร์ต ถือเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทที่จะสามารถขยายธุรกิจไปในส่วนของพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศ"
ส่วนงานก่อสร้าง บริษัทยังมีโอกาสที่จะได้รับงานเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของงานสายส่งและสถานีในส่วนของโรงไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นใหม่ตามแผน PDP ใหม่ อีกทั้งภาคเอกชนมีการสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ เพื่อใช้ในกิจการของตัวเอง ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่จะมีรายได้ในส่วนของพลังงานทดแทนทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามา ขณะที่ Trading และ Manufacturing บริษัทได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ใหม่ เพื่อรองรับโรงไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในระบบ 115 Kv รวมถึงเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ใหม่ที่บริษัทยังไม่เคยทำเพื่อรองรับการเติบโตในระบบส่งและระบบจำหน่ายต่อไปในอนาคต
สำหรับทิศทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทในปี 2568 เชื่อว่ายังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปี 2567 เนื่องจากภาพรวมตลาดยังมีศักยภาพทั้งงานจากโครงการพลังงานทดแทนรอบใหม่ และงานของภาครัฐที่มีงบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมตามความต้องการใช้ไฟฟ้า ซึ่งบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% โดยหลักๆ มาจากการรับรู้รายได้ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและวางระบบทางด้านวิศวกรรม (EPC) และเทรดดิ้งอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า
ขณะที่เป้าหมายการเติบโตในช่วง 3-5 ปีข้างหน้าตั้งเป้าโตไม่ต่ำกว่า 15% จากการพัฒนาโครงการพลังงานทั้งโครงการลม และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 832 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศที่จะเพิ่มเติมในอนาคต อีกทั้งบริษัทยังมีส่วนของในงานมือ (Backlog) งานขายอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า และงานบริการก่อสร้างที่มีอยู่ประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยคาดว่า ในปี 2568 จะมีโครงการรับเหมาก่อสร้างใหม่ๆ ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลทำให้งานในมือเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะมีการใช้เงินลงทุนในส่วนทุนไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาทในอีก 5 ปี โดยปัจจุบันอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนยังอยู่ในระดับต่ำ พร้อมรองรับการเติบโตในทุกด้าน เพื่อสร้างรายได้และผลกำไรให้บริษัทอย่างต่อเนื่อง
*********************
บทความที่เกี่ยวข้อง
SVR ตอกย้ำความมั่นใจให้กับลูกบ้านทุกโครงการ ทั้งโครงการเดิมที่ขายหมดไปแล้ว โครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย รวมทั้่งโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ยืนยันปลอดภัย 100% ไร้ผลกระทบจากแผ่นดินไหว หลังนำทีมวิศวกร ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียด
4 เม.ย. 2025
KUN เผยแผนธุรกิจปี 2568 เดินหน้าขยายการเติบโตอย่างมั่นคงผ่านกลยุทธ์หลัก ทั้งการขยายฐานลูกค้าคุณภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กำลังซื้อ รวมทั้งโฟกัสโครงการในทำเลศักยภาพที่มีอัตรากำไรดี ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 15% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 32%
4 เม.ย. 2025
RT เร่งตรวจสอบโครงการก่อสร้างโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ยืนยันโครงสร้างแข็งแรง ปลอดภัย พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำดำเนินงานก่อสร้างตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด สอดคล้องกับหลักวิศวกรรม
4 เม.ย. 2025